Alphabet ระดมทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ผ่านตลาดหุ้นกู้ หวังนำเงินขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

Alphabet logo

Alphabet เสนอขายหุ้นกู้อายุ 100 ปีครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ เดินหน้าลงทุน AI เต็มสูบในปี 2026


Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7 แสนล้านบาท) เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินทุนไปสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง

การเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 7 ชุด (Tranches) โดยมีกำหนดครบอายุไถ่ถอนแตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่ปี 2029 ไปจนถึงปี 2066 (หุ้นกู้อายุ 40 ปี) ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าหมายระดมทุนไว้ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์ แต่ด้วยความต้องการจากนักลงทุนที่ล้นหลาม โดยมียอดจองซื้อ (Order book) ทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทตัดสินใจขยายวงเงินเพิ่มเป็น 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยหุ้นกู้อายุ 40 ปีมีส่วนต่างผลตอบแทน (Yield spread) แคบลงมาอยู่ที่ 0.95% เหนือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

นอกเหนือจากการเสนอขายในสกุลเงินดอลลาร์แล้ว Alphabet ยังได้ดำเนินการเสนอขายหุ้นกู้ในตลาดต่างประเทศควบคู่กันไปด้วย โดยมีรายละเอียดเชิงสเปคและตัวเลขทางการเงินดังนี้:

  • หุ้นกู้สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (Sterling bonds): ระดมทุนได้ประมาณ 7.53 พันล้านดอลลาร์ โดยไฮไลต์สำคัญคือการเสนอขายหุ้นกู้อายุ 100 ปี (Century bond) มูลค่า 1 พันล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกที่ออกหุ้นกู้อายุยาวระดับนี้นับตั้งแต่บริษัท Motorola เคยดำเนินการเมื่อปี 1997
  • หุ้นกู้สกุลเงินฟรังก์สวิส (Swiss franc bonds): ระดมทุนเพิ่มเติมได้อีก 3.055 พันล้านฟรังก์สวิส โดยมีอายุครบกำหนดไถ่ถอนตั้งแต่ 3 ถึง 25 ปี

เมื่อรวมการเสนอขายในทั้ง 3 สกุลเงิน ส่งผลให้ Alphabet สามารถระดมทุนจากการก่อหนี้ในครั้งนี้ได้เกือบ 32,000 ล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยมีสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง JPMorgan, Goldman Sachs และ Bank of America เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลัก

สาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องหันมาพึ่งพาตลาดตราสารหนี้ แทนที่จะใช้เพียงกระแสเงินสดในมือเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากแผนการใช้จ่ายด้านทุน (Capital Expenditure – Capex) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน Alphabet ได้ประกาศแผนการลงทุนที่อาจสูงถึง 175,000 – 185,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากระดับ 91,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพื่อนำไปสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และจัดซื้อชิปประมวลผลที่จำเป็นต่อการรองรับระบบนิเวศของโมเดล Gemini

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังเร่งสะสมเงินทุน โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา บริษัท Oracle เพิ่งเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ข้อมูลจากรายงานของ BofA Securities ระบุว่ากลุ่มบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ Amazon, Google, Meta, Microsoft และ Oracle มีการออกหุ้นกู้ในสหรัฐฯ รวมกันสูงถึง 121,000 ล้านดอลลาร์ ตลอดช่วงปี 2025

Lale Akoner นักวิเคราะห์ตลาดโลกจาก eToro ให้ความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับการออกหุ้นกู้อายุ 100 ปีว่า โดยปกติแล้วหุ้นกู้ระยะยาวระดับนี้มักสงวนไว้สำหรับรัฐบาลหรือธุรกิจสาธารณูปโภคที่มีกระแสเงินสดคาดการณ์ได้แม่นยำ การที่นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงในหุ้นกู้ระยะยาวของ Alphabet แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI จะเป็นสิ่งที่ให้ผลตอบแทนยั่งยืน แม้ว่าในปัจจุบันนักลงทุนบางส่วนจะยังมีความกังวลว่าผลกำไรทางธุรกิจจากการประยุกต์ใช้ AI อาจยังเติบโตไม่ทันกับเม็ดเงินมหาศาลที่กลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ กำลังทุ่มลงทุนไปก็ตาม

ที่มา: Reuters

About modify 6728 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.