เจาะสเปก Studio Display XDR หน้าจอระดับโปรรุ่นล่าสุดจาก Apple มาพร้อมเทคโนโลยี Mini-LED และพอร์ต Thunderbolt 5
Apple ประกาศเปิดตัวหน้าจอแสดงผลตระกูลใหม่ล่าสุด ได้แก่ Studio Display และ Studio Display XDR ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานร่วมกับ Mac อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบสนองความต้องการตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพชั้นนำ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 4 มีนาคม และเริ่มวางจำหน่ายในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2569

หน้าจอ Studio Display รุ่นใหม่ ผสานคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมเข้ากับฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานระดับมืออาชีพอย่างครบครัน จอภาพ Retina 5K ขนาด 27 นิ้ว มาพร้อมความละเอียดกว่า 14 ล้านพิกเซล ความสว่าง 600 นิต และรองรับขอบเขตสีขว้างแบบ P3 เพื่อภาพที่สมจริง นอกจากนี้ยังได้รับการอัปเกรดระบบกล้องและเสียงให้ดียิ่งขึ้น
สเปกเด่นของ Studio Display
- จอภาพ Retina 5K ขนาด 27 นิ้ว ความสว่าง 600 นิต ขอบเขตสี P3
- กล้อง Center Stage ความละเอียด 12MP พร้อมรองรับฟีเจอร์มุมมองด้านหน้าโต๊ะ (Desk View)
- ไมโครโฟน 3 ตัวคุณภาพระดับสตูดิโอ และลำโพง 6 ตัว พร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่นสะเทือน 4 ตัวที่ให้เสียงเบสลึกขึ้น 30% รองรับระบบเสียง Spatial Audio
- พอร์ตการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 จำนวน 2 พอร์ต รองรับการต่อจอภาพแบบเดซี่เชน (Daisy-chain) สูงสุด 4 จอ รวมความละเอียดเกือบ 60 ล้านพิกเซล
- พอร์ต USB-C เพิ่มเติมจำนวน 2 พอร์ตสำหรับการชาร์จและเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม
- สาย Thunderbolt 5 Pro ที่ให้มาในกล่องสามารถจ่ายไฟชาร์จสูงสุด 96W ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จเร็วให้กับ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว
สำหรับ Studio Display XDR แบบใหม่หมด ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์หน้าจอระดับโปรไปอีกขั้นและเข้ามาแทนที่ Pro Display XDR เดิม โดยได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชันระดับมืออาชีพ เช่น Adobe Premiere, Autodesk Flame และ SideFX Houdini หน้าจอใช้เทคโนโลยีแบ็คไลท์ Mini-LED ที่มีโซนหรี่แสงเฉพาะจุด (Local dimming zones) ถึง 2,304 โซน เพื่อการควบคุมคอนทราสต์ที่แม่นยำสูงสุด ลดปัญหาแสงรั่วหรือแสงฟุ้งรอบวัตถุ (Halo and blooming effects)

สเปกเด่นของ Studio Display XDR
- จอภาพ Retina XDR 5K ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 5120×2880 พิกเซล
- ความสว่าง SDR 1,000 นิต และความสว่าง HDR สูงสุด 2,000 นิต อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1
- รองรับขอบเขตสี P3 และ Adobe RGB (ครอบคลุมมาตรฐาน Rec. 2020 กว่า 80%) เหมาะสำหรับงานตกแต่งสีและงานพิมพ์
- รีเฟรชเรต 120Hz พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ที่สามารถปรับอัตราการรีเฟรชแบบแปรผันต่อเนื่องตั้งแต่ 47Hz ถึง 120Hz
- พอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 2 พอร์ต และ USB-C จำนวน 2 พอร์ต จ่ายไฟชาร์จสูงสุด 140W ผ่านสาย Thunderbolt 5 Pro ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จเร็วให้กับ MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว
- ขาตั้งแบบปรับความเอียงและความสูงได้ (ระยะความสูง 105 มม.) พร้อมแขนถ่วงน้ำหนักที่ทำให้ปรับตำแหน่งหน้าจอได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ (มีอะแดปเตอร์ VESA ให้เลือกซื้อเพิ่ม)
นอกจากนี้ Apple ยังได้แนะนำ DICOM medical imaging presets และ Medical Imaging Calibrator บนหน้าจอ Studio Display XDR เพื่อรองรับการใช้งานด้านรังสีวิทยาวินิจฉัย ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูภาพวินิจฉัยโรคได้โดยตรง ซึ่งขณะนี้เครื่องมือปรับเทียบภาพทางการแพทย์บน macOS อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และคาดว่าจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้

ในด้านสิ่งแวดล้อม หน้าจอทั้งสองรุ่นผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิล โดยขาตั้งใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% และตัวเลือกกระจกมาตรฐานใช้กระจกรีไซเคิล 80% บรรจุภัณฑ์ทำจากเส้นใย 100% ที่ออกแบบมาให้พับเก็บและนำไปรีไซเคิลได้ง่าย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573
รายละเอียดราคาและการวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
- Studio Display (ขาตั้งแบบปรับความเอียงได้): ราคาเริ่มต้น 1,599 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาส่งเสริมการศึกษา 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ)
- Studio Display XDR (ขาตั้งแบบปรับความเอียงและความสูงได้): ราคาเริ่มต้น 3,299 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคาส่งเสริมการศึกษา 3,199 ดอลลาร์สหรัฐ)
- อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม (มีสีขาวและสีดำ): Magic Keyboard พร้อม Touch ID และปุ่มตัวเลข ราคา 179 ดอลลาร์สหรัฐ, Magic Trackpad ราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ และ Magic Mouse ราคา 79 ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา: Apple Newsroom
Leave a Reply