ผู้ก่อตั้ง WordPress โต้เดือด EmDash แค่เครื่องมือขายบริการคลาวด์ พร้อมลั่นฟีเจอร์ความปลอดภัยปลั๊กอินแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
หลังจาก Cloudflare เปิดตัวระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ตัวใหม่อย่าง EmDash พร้อมตั้งเป้าให้เป็นผู้สืบทอดของ WordPress ล่าสุด Matt Mullenweg ผู้ก่อตั้ง WordPress ได้ออกมาเขียนบทความตอบโต้การเปิดตัวดังกล่าวอย่างดุเดือดผ่านเว็บบล็อกส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่า EmDash คือ “ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณ” พร้อมชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้สร้างขึ้นเพื่อผูกมัดผู้ใช้งานให้อยู่กับบริการของ Cloudflare มากกว่าการสร้างระบบที่เปิดกว้างอย่างแท้จริง
![]()
Matt Mullenweg อธิบายถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ WordPress ว่าหัวใจหลักคือการสร้างประชาธิปไตยในการเผยแพร่เนื้อหา โค้ดของ WordPress สามารถนำไปรันได้ทุกที่อย่างอิสระ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กอย่าง Raspberry Pi โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงเว็บโฮสติ้งราคาถูก หรือระบบคลาวด์ขนาดใหญ่อย่าง AWS โดยไม่มีการผูกมัดผู้ใช้ (Lock-in) ซึ่งแตกต่างจาก EmDash ที่แม้จะอ้างว่าเป็นโอเพนซอร์สและสามารถทำงานบนแพลตฟอร์มอื่นอย่าง Netlify หรือ Vercel ได้ แต่ก็ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดเฉพาะบนโครงสร้างพื้นฐานของ Cloudflare เท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขายบริการของบริษัทเอง
ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของปลั๊กอินที่ EmDash นำมาเป็นจุดขาย Matt Mullenweg โต้แย้งว่า การที่ปลั๊กอินของ WordPress สามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนและเข้าถึงทุกส่วนของระบบได้นั้น ถือเป็น “ฟีเจอร์” ที่สร้างความยืดหยุ่น ไม่ใช่ข้อบกพร่อง เขาชี้ว่าระบบพื้นที่ปลอดภัย (Sandbox) ของ EmDash จะใช้งานไม่ได้ทันทีหากต้องทำงานในรูปแบบเดียวกับที่ปลั๊กอินยอดนิยมส่วนใหญ่ของ WordPress ทำ เขายอมรับว่า WordPress มีปัญหาเรื่องข่าวช่องโหว่ความปลอดภัยบ่อยครั้งเนื่องจากมีปลั๊กอินในระบบมากกว่า 62,000 ตัว แต่ทางทีมงานกำลังเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยของปลั๊กอินทั้งหมดให้สำเร็จภายใน 18 เดือนข้างหน้า พร้อมระบุด้วยว่าระบบความปลอดภัยของ EmDash นั้นเอาเข้าจริงก็ทำงานได้แค่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Cloudflare เท่านั้น
นอกจากนี้ Matt Mullenweg ยังเปิดเผยเบื้องหลังว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เขาและทีมงาน WordPress ได้มีโอกาสประชุมออนไลน์ร่วมกับ Matthew Prince, Matt Taylor และ Matt Kane จาก Cloudflare เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ แต่ทาง Cloudflare ไม่ยอมเปิดเผยชื่อและรายละเอียดเนื้อหาทั้งหมดก่อนเปิดตัว ทำให้เขาไม่สามารถวิจารณ์ได้ตรงจุดในวันนั้น เขาได้วิจารณ์ระบบของ EmDash ว่า หน้าตาการใช้งาน (UI) ให้ความรู้สึกแปลกๆ เหมือนงานที่ยังทำไม่เสร็จ และมีข้อบกพร่องเวลาใช้งานจริง รวมถึงวิจารณ์การเลือกใช้ระบบจัดการข้อความอย่าง Portable Text ว่าเป็นการก้าวถอยหลัง แทนที่จะนำระบบอย่าง Gutenberg ที่ WordPress เปิดให้ใช้งานได้อิสระมาปรับใช้ เขายังเผยด้วยว่า EmDash ลอกเลียนแบบโครงสร้างและฟีเจอร์หลายอย่างที่ WordPress กำลังมีแผนจะยกเลิกใช้งานในเร็วๆ นี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการวิจารณ์อย่างหนัก Matt Mullenweg ก็ยังยอมรับและกล่าวชื่นชมการทำงานบางส่วนของ EmDash โดยระบุว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง มีระบบวิศวกรรมและการย้ายข้อมูลที่ยอดเยี่ยม ทำงานได้รวดเร็ว และมีการเชื่อมต่อกับ Astro ที่น่าสนใจมาก เขายังชื่นชมฟีเจอร์ Agent Skills (การให้ AI จัดการระบบ) ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดหลักแหลม ซึ่ง WordPress เองก็กำลังพัฒนาและต้องเร่งนำมาใช้งานให้เร็วที่สุดเช่นกัน โดยคาดการณ์ว่า EmDash น่าจะสามารถดึงดูดเว็บไซต์ให้เข้าไปใช้งานได้หลายหมื่นเว็บ
ในตอนท้าย Matt Mullenweg ได้กล่าวติดตลกถึงชื่อระบบ EmDash ว่า WordPress เองก็มีพนักงานที่ชื่อ Emdash ซึ่งกำลังพัฒนาระบบ AI ให้กับบริษัท และเขาเชื่อว่าผลงานของพนักงานคนนี้จะมีอิทธิพลต่อวงการเว็บมากกว่าโปรเจกต์ของ Cloudflare ในอีก 5 ปีข้างหน้า เขาสรุปว่าผู้สืบทอดเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ WordPress จะต้องมีความเปิดกว้างมากกว่านี้ เพราะ WordPress ไม่ใช่แค่ตัวซอฟต์แวร์ แต่รวมถึง ชุมชนผู้ใช้งาน (Community) งานสัมมนา WordCamp และวัฒนธรรมการแบ่งปัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ซอฟต์แวร์อื่นไม่สามารถคัดลอก (Fork) ไปได้ (ทั้งนี้ แม้ Cloudflare จะเลือกเปิดตัว EmDash ในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวัน April Fools’ Day แต่ผู้ใช้งานในชุมชนนักพัฒนาต่างให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นโปรเจกต์จริง เนื่องจาก Cloudflare มีธรรมเนียมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้เป็นประจำ)
ที่มา: ma.tt
Leave a Reply