รัฐบาลสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในดีลประวัติศาสตร์ระหว่าง Apple และ Intel เพื่อลดการพึ่งพา TSMC
รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า Apple และ Intel ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นอย่างเป็นทางการในการให้ Intel เป็นผู้ผลิตชิปบางส่วนสำหรับอุปกรณ์ของ Apple ในอนาคต หลังจากที่มีการเจรจาอย่างเข้มข้นมานานกว่าหนึ่งปี โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานจาก Bloomberg ว่า Apple กำลังมองหาพันธมิตรรายใหม่ทั้ง Intel และ Samsung เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพา TSMC เพียงอย่างเดียว

แม้จะยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่า Intel จะได้รับมอบหมายให้ผลิตชิปสำหรับผลิตภัณฑ์ใด แต่ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังเคยรายงานไว้ว่าทั้งสองบริษัทได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการผลิตชิปตระกูล M-class สำหรับ Mac และ iPad ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้เร็วที่สุดในปี 2570 ขณะที่ Jeff Pu นักวิเคราะห์อีกรายระบุว่าความร่วมมือนี้อาจขยายไปถึงการผลิตชิปสำหรับ iPhone ภายในปี 2571 ซึ่งปัจจุบัน Apple มียอดจัดส่ง iPhone สูงกว่า 200 ล้านเครื่องต่อปี พร้อมด้วย iPad และ Mac อีกหลายล้านเครื่อง
นอกเหนือจากเหตุผลด้านกลยุทธ์การกระจายห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Diversification) แล้ว ดีลนี้ยังมีความสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนถือหุ้นใน Intel บางส่วน โดยรายงานระบุว่ารัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump ได้ผลักดันให้เกิดข้อตกลงนี้อย่างจริงจังเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งประธานาธิบดี Trump ได้มีการหารือส่วนตัวกับ Tim Cook ณ ทำเนียบขาว เพื่อสนับสนุนให้ Intel เข้ามาเป็นผู้ผลิตหลักให้กับ Apple
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ Intel ในฐานะผู้รับจ้างผลิตชิป (Foundry) แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Apple ต่อรัฐบาลสหรัฐฯ หากแผนการผลิตชิปในปี 2570 เป็นไปตามเป้าหมาย คาดว่าจะมีรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับข้อกำหนดการผลิตและเทคโนโลยีโหนดที่จะใช้เปิดเผยออกมาเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

ที่มา: 9to5Mac
Leave a Reply