ไม่มีการลงชื่อออกเนื่องจากการจำกัด (Sign out is not available due to restrictions.) เกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไร
สำหรับผู้ใช้งาน iPhone หรือ iPad อุปกรณ์ต่างๆขอว Apple แล้วไม่สามารถลงชื่อออกระบบของ Apple ID หรือ iCloud ได้ในหน้าต่างตั้งค่าใน Apple ID จะขึ้นว่า “ไม่มีการลงชื่อออกเนื่องจากการจำกัด” หรือ “Sign out is not available due to restrictions.” ทำให้เกิดคำถามว่า หากเราต้องการจะออกจากระบบ หรือลงชื่อออก จะต้องทำอย่างไรแก้ไขอย่างไร มาดูแนวทางการแก้ไขปัญหานี้กัน หากคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่

การที่ iPhone ของคุณไม่สามารถลงชื่อออกจากระบบของ Apple ID ได้ปัญหาหลักคือการจำกัด ซึ่งการจำกัดนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากฟีเจอร์เวลาหน้าจอของ Apple
ฟีเจอร์ “เวลาหน้าจอ” (Screen Time) ของ iPhone คือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามและจัดการการใช้งานอุปกรณ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและควบคุมการใช้เวลาในการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ และลดการใช้งานที่ไม่จำเป็นหรือเกินขอบเขตที่เหมาะสม
การทำงานของฟีเจอร์ “เวลาหน้าจอ” มีดังนี้
- การติดตามการใช้งาน เวลาหน้าจอจะบันทึกและรายงานการใช้งานอุปกรณ์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแอปพลิเคชัน เวลาในการใช้อุปกรณ์ และจำนวนครั้งที่ปลดล็อกหน้าจอ
- รายงานรายวันและรายสัปดาห์ ฟีเจอร์นี้จะให้รายงานที่ละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ โดยแสดงเวลาที่ใช้ในแต่ละแอป ประเภทของแอปที่ใช้ และแนวโน้มการใช้งาน
- กำหนดเวลาใช้งาน (Downtime) ผู้ใช้สามารถตั้งค่าช่วงเวลาที่ไม่ต้องการให้ใช้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันบางประเภท เช่น ช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเวลาทำงาน
- จำกัดการใช้งานแอป (App Limits) สามารถกำหนดเวลาใช้งานสูงสุดสำหรับแอปพลิเคชันแต่ละตัวหรือตามประเภทของแอป เช่น โซเชียลมีเดีย เกม หรือความบันเทิง
- การควบคุมเนื้อหาและความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ปกครอง ฟีเจอร์เวลาหน้าจอช่วยให้สามารถควบคุมและจัดการการใช้งานอุปกรณ์ของเด็กๆ ได้ เช่น การจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการตั้งค่าเวลาการใช้งาน
- การตั้งค่าและการแจ้งเตือน ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อเวลาการใช้งานใกล้จะหมด หรือเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้
ฟีเจอร์ “เวลาหน้าจอ” ช่วยสร้างการตระหนักรู้ในการใช้งานอุปกรณ์และส่งเสริมการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับผู้ปกครองในการจัดการและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ของเด็กๆ เพื่อให้มีการใช้งานที่เหมาะสมและปลอดภัย
ปกติแล้วฟีเจอร์นี้จะถูกปิดเป็นค่าพื้นฐาน แต่หากฟีเจอร์นี้ถูกเปิดอยู่ จะไม่สามารถลงชื่อออกจากระบบของ Apple ID และจะมีรายละเอียดขึ้นดังภาพด้านบนที่กล่าวไปแล้ว
หากคุณเปิดใช้งานอยู่และอยากจะปิดเวลาหน้าจอ ให้คุณไปยังเมนู

- การตั้งค่า
- เวลาหน้าจอ
- มองหาเมนูที่เขียนว่า “เปลี่ยนเวลาหน้าจอ” (หากเปิดอยู่จะอยู่ที่เมนูนี้)
- จะมีตัวเลือก “ปิดการใช้งานเวลาหน้า” ให้เลือกตัวเลือกนี้
- ระบบจะถามรหัสผ่าน 4 ตัวจะเป็นรหัสที่คุณตั้งเอาไว้ตอนเปิด (ไม่ใช่รหัสผ่านล็อคหน้าจอ)
- เมื่อใส่รหัสผ่านยืนยัน 4 ตัวระบบจะปิดฟีเจอร์เวลาหน้าจอนี้ให้ทันที

จากนั้นให้กลับไปดูทีหน้าต่างโปรไฟล์คุณจะสามารถลงชื่อออกจากระบบของ Apple ได้ (อาจต้องรอสัก 1 นาที)

ในกรณีไม่ได้ทำเวลาหน้าจอ และไม่สามารถลงชื่อออกได้ยังคงขึ้น “ไม่มีการลงชื่อออกเนื่องจากการจำกัด” หรือ “Sign out is not available due to restrictions.” เหมือนเดิม อาจมีอีกหนึ่งเหตุผล คือคุณเปิดฟีเจอร์ “ปกป้องอุปกรณ์เมื่อถูกขโมย” เอาไว้
ปกป้องอุปกรณ์เมื่อถูกขโมย
ฟีเจอร์ปกป้องอุปกรณ์เมื่อถูกขโมยของ iPhone เพื่อป้องกันคนขโมย ที่อาจมีรหัสปลดล็อคเครื่อง เป็นฟีเจอร์เสริมส่วนหนึ่งของ Find My iPhone เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์หากอยู่ห่างจากสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เช่นบ้านหรือที่ทำงานที่เราอยู่ประจำ หรือเข้าสู่โหมดสูญหาย ระบบจะทำการป้องกันการตั้งค่าต่างๆเอาไว้ หรือจำเป็นต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ โดยจะต้องยืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือ Tuch ID เท่านั้น
หากฟีเจอร์นี้เปิดและทำงานอยู่จะไม่สามารถลงชื่อออกจากระบบได้และอาจขึ้นข้อความ “ไม่มีการลงชื่อออกเนื่องจากการจำกัด” หรือ “Sign out is not available due to restrictions.” ได้ คุณจะต้องไปปิดฟีเจอร์นี้เสียก่อน โดยไปที่
- การตั้งค่า
- Face ID และรหัส
- ใส่รหัสปลดล็อคเครื่อง
- เลือกเมนู “ปกป้องอุปกรณ์เมื่อถูกขโมย”
- เลือกปิดฟีเจอร สวิทช์ปิด Off
- ระบบจะให้ยืนยันตัวตนให้ทำตามขั้นตอน
- ระบบจะรอการอนุมัติประมาณ 1 ชั่วโมงระบบถึงจะปิดใช้งานฟีเจอร์นี้

Leave a Reply