Xbox Game Bar ใน Windows
บน Windows 10 และ Windows 11 มีฟีเจอร์ชื่อว่า Xbox Game Bar ที่สามารถเรียกใช้งานได้ด้วยการกดปุ่ม Windows + G เพื่อช่วยจัดการเรื่องการเล่นเกมและการใช้งานทั่วไป โดยจะเปิดเป็นหน้าต่าง (Widget) หลายตัวที่สามารถเลือกใช้หรือปิดได้ตามต้องการ

หน้าต่างหลัก (Widget) ที่มีใน Xbox Game Bar
- Capture – สำหรับบันทึกวิดีโอหน้าจอ, ถ่ายภาพหน้าจอ (Screenshot), และเปิดไมโครโฟนระหว่างอัดเกม
- Audio – ปรับแต่งเสียงของระบบ, เกม, และแอปต่าง ๆ แยกจากกัน รวมถึงเลือกอุปกรณ์เสียงหลัก (ลำโพง/หูฟัง/ไมค์)
- Performance – แสดงการทำงานของเครื่อง เช่น CPU, GPU, VRAM, RAM และ FPS แบบเรียลไทม์
- Xbox Social – ใช้สำหรับแชทกับเพื่อนใน Xbox Network หรือเข้าปาร์ตี้เสียง
- Looking for Group (LFG) – ฟีเจอร์หาคู่เล่นเกมร่วมกับคนอื่น ๆ บน Xbox Live
- Gallery – ดูและจัดการวิดีโอหรือภาพที่บันทึกไว้ด้วย Game Bar
- Spotify – ควบคุมการเล่นเพลงจาก Spotify ได้โดยตรง โดยไม่ต้องสลับหน้าต่าง
- Resources – ตรวจสอบว่าโปรแกรมไหนใช้ CPU, GPU, และ Memory เยอะ เพื่อจัดการทรัพยากรให้เกมลื่นขึ้น
- Achievements – สำหรับดูความสำเร็จ (Achievements) ของเกมที่เล่นผ่าน Xbox Account
ทำไมบางหน้าต่างถึง “หายไป”
เวลาคุณกด Windows + G ครั้งแรก หน้าต่างหลายตัวจะเปิดขึ้นมาพร้อมกัน แต่หากคุณปิดบางอันไปแล้ว กดครั้งต่อไปก็จะแสดงเฉพาะที่ยังเปิดอยู่ ทำให้ดูเหมือนว่า Widget อื่น ๆ หายไป ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้หายถาวร
วิธีเรียก Widget กลับมา
- กด Windows + G เพื่อเปิด Game Bar
- ที่แถบเครื่องมือด้านบน จะมีปุ่มไอคอนของแต่ละ Widget เช่น Capture, Performance, Audio, Resources, Spotify
- คลิกเลือกที่ไอคอนเพื่อเปิด Widget กลับมา
- หากหาไม่เจอ ให้กดปุ่ม Widget Menu (รูปเครื่องหมาย +) แล้วเลือก Widget ที่ต้องการเปิด
สรุป
Xbox Game Bar เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การเล่นเกมและการใช้งานทั่วไปสะดวกขึ้น ทั้งการอัดวิดีโอหน้าจอ, ควบคุมเสียง, ดูการทำงานของเครื่อง ไปจนถึงควบคุม Spotify หรือดู Achievement ของเกม หากกด Windows + G แล้วมีหน้าต่างน้อยลง แปลว่าบาง Widget ถูกปิดไป ซึ่งสามารถเปิดกลับมาได้ตลอดจากแถบเครื่องมือหรือ Widget Menu
Leave a Reply