Windows รองรับ Point-in-time restore ฟีเจอร์กู้คืนระบบกลับไปยังสถานะก่อนหน้าในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Windows 11 logo Cartoon

Windows เพิ่มฟีเจอร์ Point-in-time restore ย้อนสถานะระบบได้สูงสุด 72 ชั่วโมง Windows 10 และ Windows 11 (Preview)


Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Point-in-time restore (Preview) บน Windows 10 และ Windows 11 ช่วยให้ผู้ใช้กู้คืนเครื่องกลับไปยังสถานะก่อนหน้าแบบ “ครบทั้งระบบ” ภายในไม่กี่นาที โดยสามารถย้อนกลับได้สูงสุด 72 ชั่วโมง ฟีเจอร์นี้ใช้การสร้าง restore point แบบอัตโนมัติและเก็บไว้ในเครื่องผ่าน Volume Shadow Copy Service (VSS) เพื่อลดเวลาแก้ปัญหาและลด downtime ของระบบโดยไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ

Point-in-time restore แสดงใน Troubleshoot ในส่วนของ Windows RE

การทำงานของ Restore point

ระบบจะสร้าง restore point อัตโนมัติตามรอบเวลาที่ตั้งไว้ (ค่าเริ่มต้น 24 ชั่วโมง) โดยรวมทุกอย่างในเครื่องทั้งระบบปฏิบัติการ แอป การตั้งค่า และไฟล์ในเครื่องทั้งหมด และเก็บไว้แบบ local ภายในระบบผ่าน VSS

  • การสร้าง: เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์หรือเปลี่ยนการตั้งค่า ระบบจะวางแผนสร้าง restore point ถ้าไม่มีจุดล่าสุด จะสร้างทันทีหลังเปิดใช้งาน
  • อายุการเก็บรักษา: สูงสุด 72 ชั่วโมงต่อ restore point
  • เงื่อนไขลบ restore point: เริ่มลบจากจุดที่เก่าที่สุดเมื่อพื้นที่ VSS เต็ม, พื้นที่เครื่องเหลือน้อย, หรือเกิดเงื่อนไขที่ทำให้ VSS ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้

แตกต่างจาก System Restore อย่างไร

  • Trigger: Point-in-time restore สร้างอัตโนมัติเท่านั้น ส่วน System Restore ใช้ event หรือให้ผู้ใช้กดเอง
  • Retention: Point-in-time จำกัด 72 ชั่วโมง แต่ System Restore อยู่ได้เรื่อย ๆ ตามพื้นที่
  • ขอบเขตการกู้คืน: Point-in-time กู้คืน “เต็มระบบ” รวมไฟล์ผู้ใช้ ส่วน System Restore ไม่ครอบคลุมข้อมูลนี้ทั้งหมด
  • การจัดการ: Point-in-time จะรองรับ remote management (ไม่รองรับในเวอร์ชัน Preview ปัจจุบัน)

จุดแตกต่างระหว่าง Windows Client และ Windows 365 Enterprise

  • Client: เปิด–ปิดได้เอง เก็บได้ 72 ชั่วโมง ใช้พื้นที่ local
  • W365 Enterprise: เปิดตลอด เก็บได้สูงสุดหนึ่งเดือน รองรับทั้ง short-term/long-term/manual และแชร์ระหว่าง Azure/W365 ได้
  • การกู้บน Windows Client เร็วกว่าจากการเก็บ local ส่วน W365 มี latency ตามเครือข่าย

เมนูการตั้งค่า

Point-in-time restore Windows 11

ผู้ดูแลสามารถตั้งค่าได้ที่ Settings › System › Recovery › Point-in-time restore โดยปรับได้ทั้งการเปิด–ปิด ความถี่ ระยะเวลาการเก็บ รวมถึงขนาดพื้นที่สูงสุดที่ VSS ใช้ได้

  • Feature On/Off: เปิดตามค่าเริ่มต้นบนเครื่อง ≥ 200GB
  • ความถี่สร้าง: 4, 6, 12, 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้น 24)
  • Retention: 6–72 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้น 72)
  • พื้นที่สูงสุด: 2GB–50GB หรือ 2% ของดิสก์ (ค่าเริ่มต้น 2%)

การกู้คืนระบบ (WinRE เท่านั้น)

  • เข้า WinRE ผ่าน Settings › Recovery › Advanced startup หรือหลังบูตล้มเหลว
  • เลือก Troubleshoot › Point-in-time restore
  • ใส่ BitLocker recovery key
  • เลือก restore point ที่ต้องการ
  • ยืนยันความเสี่ยง เช่น การสูญเสียข้อมูลท้องถิ่นหลังจุด restore
  • เริ่มกระบวนการกู้คืน และเครื่องจะบูตกลับเข้าระบบเมื่อเสร็จ

ผลกระทบด้านพื้นที่จัดเก็บ

  • พื้นที่ restore point ไม่ถูกจองล่วงหน้า (ไม่ pre-allocate)
  • VSS ใช้เฉพาะพื้นที่ที่จำเป็นจนถึง “เพดาน” ที่กำหนด
  • พื้นที่ VSS ใช้ร่วมกับ System Restore และซอฟต์แวร์ rollback อื่น
  • เมื่อพื้นที่เต็ม ระบบลบ restore point เก่าทันที
  • ต้องมีพื้นที่ว่าง ≥ ขนาดรวมของ restore points ทั้งหมดเพื่อกู้คืนสำเร็จ

ความเสี่ยงสำคัญ

  • ข้อมูลสูญหาย: ทุกอย่างย้อนหลังไปตาม restore point รวมถึงไฟล์ผู้ใช้ แอป การตั้งค่า รหัสผ่าน และคีย์ต่าง ๆ
  • หาก VSS fail จากพื้นที่ไม่พอ โหลดสูง หรือ writer มีปัญหา การสร้าง restore point จะล้มเหลว
  • การกู้คืนอาจล้มเหลวหากพื้นที่ไม่พอ ไฟล์ EFS เปลี่ยน ระบบดับกลางทาง หรือไฟล์ระบบเสียหาย
  • การกู้คืนอาจย้อนความปลอดภัย เช่น patch ล่าสุดหรือ policy ต่าง ๆ

ข้อจำกัด

  • กู้ได้เฉพาะใน WinRE เท่านั้น
  • ต้องมี BitLocker recovery key
  • ไม่รับประกันว่าจะสร้าง restore point ตามเวลาที่ตั้งทุกครั้ง หากเครื่องปิด นอนหลับ หรือพื้นที่เต็ม
  • ห้ามใช้กู้ข้าม edition เช่น Home → Pro
  • EFS อาจกระทบกับความน่าเชื่อถือของการกู้คืน
  • กู้เฉพาะ MainOS volume
  • ไม่รองรับการ export/mount restore point

ปัญหาที่พบใน Preview

  • ไฟล์ Outlook (.ost) เกิด mismatch ต้องลบไฟล์แล้วให้โปรแกรมสร้างใหม่
  • Recall ถูกปิดหลังการกู้ ต้องเปิดใหม่
  • การตั้งค่า Point-in-time restore ถูก reset หลังอัปเดตใหญ่

ที่มา: Microsoft Learn

About modify 6603 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.