จีนแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์กรณี Nexperia ให้เร่งขจัดอุปสรรคเพื่อฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก

จีนจี้เนเธอร์แลนด์แก้ไขความผิดพลาดกรณี Nexperia หลังวิกฤตขาดแคลนชิปฉุดอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก


กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดโดยทันที และเร่งขจัดอุปสรรคเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก ภายหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ในบริษัท Nexperia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายสำคัญ โดยชนวนเหตุเกิดจากการที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เข้ายึดอำนาจการควบคุมบริษัทจาก Wingtech ซึ่งเป็นบริษัทแม่สัญชาติจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและการปกป้ององค์ความรู้ทางเทคนิคที่สำคัญ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลับส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก

Nexperia logo

แม้ว่า Nexperia จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปเทคโนโลยีขั้นสูงเหมือนกับ TSMC แต่บริษัทถือเป็นผู้ครองตลาดชิปพื้นฐานที่ใช้ในรถยนต์สมัยใหม่สูงถึงร้อยละ 70 ของตลาดโลก ตั้งแต่ระบบจัดการแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ ไปจนถึงระบบควบคุมหน้าต่างและเซ็นเซอร์ต่างๆ ผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Honda ต้องประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวในโรงงาน 5 แห่งทั้งในญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนอย่างหนัก ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนีและญี่ปุ่นรายอื่นๆ ต่างเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจลากยาวและสร้างความเสียหายต่อยอดการผลิตในอนาคต

สำหรับเบื้องหลังความขัดแย้งนี้ นอกเหนือจากประเด็นการโอนย้ายเทคโนโลยีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ถูกต้องแล้ว ยังมีรายงานถึงการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของซีอีโอฝั่งบริษัทแม่ รวมถึงแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ขึ้นบัญชีดำบริษัท Wingtech ไปก่อนหน้านี้ ทำให้เนเธอร์แลนด์ต้องตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันไม่ให้ Nexperia ถูกรวมเข้าในบัญชีดำของสหรัฐฯ ไปด้วย อย่างไรก็ตาม การเข้าควบคุมดังกล่าวนำไปสู่การระงับการส่งมอบแผ่นเวเฟอร์ (Wafer) จากโรงงานในเนเธอร์แลนด์ไปยังโรงงานประกอบในจีน ส่งผลให้กระบวนการผลิตหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง

ในปัจจุบัน แม้รัฐบาลจีนจะเริ่มอนุญาตให้โรงงานในเมืองตงกวนกลับมาส่งออกชิปให้ค่ายรถยนต์ได้เป็นกรณีพิเศษ แต่โรงงานดังกล่าวยังคงเผชิญกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนักจากการถูกระงับส่งของจากฝั่งเนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้ Nexperia ฝั่งจีนต้องเร่งหาซัพพลายเออร์รายใหม่ทดแทน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ค้ารายใหม่ เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในห่วงโซ่อุปทานชิปโลก ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นเพียงจุดเดียว ก็สามารถสร้างผลกระทบโดมิโนไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – Tom’s Hardware

About modify 6571 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.