Larry Page มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Google ดำเนินการลดบทบาทสำนักงานครอบครัวและสินทรัพย์ในแคลิฟอร์เนียลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโต้แผนการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งของรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินมหาศาลของเขา
Larry Page กำลังตกเป็นข่าวใหญ่หลังมีรายงานว่าเขาเริ่มดำเนินการตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจและลดการถือครองสินทรัพย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ฝ่ายบริหารของรัฐกำลังเสนอให้มีการพิจารณากฎหมายภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) ที่จะเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในพื้นที่
จากการรายงานของสื่อชั้นนำพบว่า Page ได้เริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการเงินส่วนตัวและสำนักงานครอบครัว (Family Office) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- การย้ายถิ่นฐานทางภาษี: มีความพยายามที่จะย้ายศูนย์กลางการตัดสินใจทางธุรกิจไปยังพื้นที่ที่มีข้อกำหนดทางภาษีที่ผ่อนปรนมากกว่า เพื่อป้องกันการถูกเก็บภาษีย้อนหลังแม้จะย้ายที่อยู่ไปแล้ว
- การปรับโครงสร้าง Family Office: มีการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อลดเงื่อนไขที่อาจทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียสามารถอ้างสิทธิ์ในการจัดเก็บภาษีจากความมั่งคั่งรวมของเขาได้
- กระแสการย้ายออกของกลุ่ม Tech Billionaires: กรณีของ Page เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ที่มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีเริ่มมองหาทางเลือกใหม่นอกเหนือจากซิลิคอนวัลเลย์ เพื่อรักษาสินทรัพย์สุทธิของตนเอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การที่บุคคลระดับ Larry Page เริ่มลดความสัมพันธ์กับรัฐแคลิฟอร์เนียอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ภาษีของรัฐ เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่จ่ายภาษีในสัดส่วนที่สูงมาก การสูญเสียฐานภาษีจากบุคคลระดับนี้อาจทำให้รัฐต้องเผชิญกับปัญหาในการจัดหางบประมาณสำหรับโครงการสาธารณะในอนาคต
ปัจจุบันทั้งทางฝั่งของ Larry Page และโฆษกส่วนตัวยังไม่มีการออกมาชี้แจงหรือให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้อย่างเป็นทางการ แต่การเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนธุรกิจระบุชัดเจนว่าความสัมพันธ์กับรัฐเดิมเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ที่มา – TechCrunch
Leave a Reply