การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐบาลไต้หวันในการขยายฐานการผลิตชิปขั้นสูงสู่สหรัฐอเมริกาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศแผนการลงทุนมหาศาลมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในสหรัฐอเมริกา ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและยานยนต์ทั่วโลก พร้อมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกในช่วงที่ผ่านมา
![]()
ภายใต้แผนการลงทุนนี้ บริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำจากไต้หวันจะเริ่มจัดตั้งโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูงเพิ่มเติมในหลายรัฐของสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นไปที่การผลิตชิปขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตร ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และอุปกรณ์สื่อสารยุคใหม่ การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะช่วยสร้างงานให้กับแรงงานทักษะสูงในสหรัฐฯ ได้หลายหมื่นตำแหน่ง และช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตในภูมิภาคเดียว ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
นอกจากนี้ การทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลดังกล่าวยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศสำหรับอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น การวิจัยและพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตชิป และการฝึกอบรมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว นักวิเคราะห์มองว่าความร่วมมือนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงอีกครั้ง ขณะที่ไต้หวันเองก็ได้ขยายอิทธิพลและรักษาบทบาทสำคัญในฐานะ “หัวใจ” ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกได้อย่างมั่นคง
ที่มา: TechCrunch
Leave a Reply