วิกฤตชิปหน่วยความจำพ่นพิษ Qualcomm ปรับลดคาดการณ์กำไร แม้ผลงานไตรมาสแรกยังทำได้ดีกว่าตลาดคาด
Qualcomm ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้และกำไรสำหรับไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทประเมินไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 9 ในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและการผลิตในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ

คริสเตียโน อามอน (Cristiano Amon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Qualcomm ชี้แจงว่าสาเหตุที่ตัวเลขคาดการณ์ต่ำกว่าเป้าหมายนั้นมาจากผลกระทบด้านหน่วยความจำเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่าลูกค้าผู้ผลิตสมาร์ตโฟน (OEMs) โดยเฉพาะในประเทศจีน จำเป็นต้องปรับลดระดับสินค้าคงคลังเพื่อรับมือกับราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นและอุปทานที่จำกัด ทำให้ยอดคำสั่งซื้อชิปประมวลผลลดลงตามไปด้วย
สำหรับประมาณการในไตรมาสที่ 2 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ระหว่าง 1.02 ถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.112 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ 2.45 ถึง 2.65 ดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2.89 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการจริงในไตรมาสแรกที่ผ่านมา (สิ้นสุด 28 ธันวาคม 2025) บริษัทยังสามารถทำรายได้รวม 1.225 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
แม้ตลาดสมาร์ตโฟนจะได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจส่วนอื่นของบริษัทยังคงมีทิศทางบวก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ (Automotive) ที่มียอดขายสูงกว่าการประเมิน นอกจากนี้ ทางบริษัทยังยืนยันว่าปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเข้าสู่ตลาดศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยชิป AI รุ่นใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูลมีกำหนดเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ที่มีนัยสำคัญในปีงบประมาณ 2027
ที่มา: Reuters
Leave a Reply