Netflix ปรับขึ้นค่าบริการรายเดือนสูงสุด 2 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยุติการเสนอซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Netflix ได้ยืนยันผ่านทางอีเมลกับสำนักข่าว TechCrunch ว่ามีการปรับขึ้นราคาค่าบริการรายเดือนอีกครั้ง โดยแพ็กเกจเริ่มต้นแบบมีโฆษณา (Ad-supported tier) จะปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็น 8.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จากเดิมที่ 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับแพ็กเกจมาตรฐานแบบไม่มีโฆษณา (Standard plan) ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 19.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์สหรัฐจากเดิมที่ 17.99 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่แพ็กเกจพรีเมียม (Premium plan) ปรับราคาเพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน โดยมีราคาใหม่ที่ 26.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
นอกจากนี้ อัตราค่าบริการสำหรับการเพิ่มสมาชิกเสริม (Extra viewers) นอกเหนือจากในครัวเรือนก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยการเพิ่มผู้ใช้งานในแพ็กเกจแบบมีโฆษณาจะมีค่าใช้จ่ายที่ 6.99 ดอลลาร์สหรัฐ (จากเดิม 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนการเพิ่มสมาชิกเสริมในแพ็กเกจแบบไม่มีโฆษณาจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 8.99 ดอลลาร์สหรัฐ
ทางบริษัทระบุถึงสาเหตุของการปรับราคาในครั้งนี้ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพบริการและเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหาความบันเทิง โดยการเปลี่ยนแปลงราคาดังกล่าวถูกสังเกตเห็นเป็นครั้งแรกโดยเว็บไซต์ Android Authority
ข้อมูลจากทาง Netflix ระบุว่า สมาชิกใหม่ที่สมัครใช้งานตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 จะต้องชำระค่าบริการในอัตราใหม่ทันที ส่วนสมาชิกปัจจุบันจะทยอยเห็นการปรับราคาในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยผู้ใช้งานปัจจุบันจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนล่วงหน้า 1 เดือนก่อนที่ราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้
การปรับราคาครั้งล่าสุดของบริษัทเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2568 ซึ่งนับตั้งแต่นั้น แพลตฟอร์มได้มีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดตัววิดีโอพอดแคสต์ การเพิ่มเนื้อหาแบบสตรีมมิ่งสด ตลอดจนการประกาศแผนปรับปรุงแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนและขยายฟีเจอร์วิดีโอสั้น
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่บริษัทได้ถอนตัวจากการเสนอซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery เมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ทาง Warner Bros. Discovery ประกาศว่าข้อเสนอของ Paramount Skydance ที่ราคา 31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นเป็นข้อเสนอที่เหนือกว่า และให้เวลาบริษัท 4 วันทำการในการยื่นข้อเสนอใหม่ อย่างไรก็ตาม บริษัทปฏิเสธที่จะเพิ่มวงเงินจากข้อเสนอเงินสดมูลค่า 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และตัดสินใจยุติการเจรจาในที่สุด
ที่มา: TechCrunch
Leave a Reply