เจาะลึก 7-Zip คืออะไร รองรับไฟล์นามสกุลใดบ้าง และเหตุใดจึงคุ้มค่ากว่าโปรแกรมบีบอัดไฟล์ทั่วไป พร้อมเปรียบเทียบ WinRAR และ WinZip
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลและไฟล์ต่างๆ มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและการส่งต่อไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องสำคัญ โปรแกรมบีบอัดไฟล์ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการช่วยลดขนาดไฟล์และรวบรวมหลายไฟล์เข้าไว้ด้วยกัน หนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและได้รับการยอมรับในเรื่องประสิทธิภาพคือ 7-Zip ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ทางเลือกที่หลายคนเลือกใช้งานแทนโปรแกรมเชิงพาณิชย์อื่นๆ

7-Zip คือโปรแกรมสำหรับบีบอัดและแตกไฟล์ (File Archiver) ที่พัฒนาขึ้นโดย Igor Pavlov เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 โปรแกรมนี้ทำงานในลักษณะโอเพ่นซอร์ส (Open Source) ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ซอฟต์แวร์ตัวนี้เป็นที่รู้จักคือ อัตราการบีบอัดข้อมูลที่สูงมาก (High Compression Ratio) โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับนามสกุลไฟล์ .7z ซึ่งใช้อัลกอริทึมการบีบอัดแบบ LZMA และ LZMA2 ทำให้ไฟล์ที่ได้มีขนาดเล็กกว่าการบีบอัดแบบ ZIP ทั่วไปถึง 30-70%
ในด้านการรองรับนามสกุลไฟล์ โปรแกรม 7-Zip ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถจัดการกับไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
- รองรับการบีบอัดและแตกไฟล์ (Pack / Unpack): 7z, XZ, BZIP2, GZIP, TAR, ZIP และ WIM
- รองรับการแตกไฟล์เพียงอย่างเดียว (Unpack Only): RAR, ARJ, CAB, CHM, CPIO, CramFS, DMG, EXT, FAT, HFS, ISO, LZH, LZMA, MBR, MSI, NSIS, NTFS, RPM, SquashFS, UDF, VHD, WIM, XAR และ Z
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือเรื่องลิขสิทธิ์และการใช้งานฟรี 7-Zip แจกจ่ายภายใต้ใบอนุญาตแบบ GNU LGPL (GNU Lesser General Public License) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งใช้งานได้ ฟรี 100% โดยไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีการจำกัดระยะเวลาทดลองใช้ และไม่มีโฆษณาแฝง ที่สำคัญคือสามารถนำไปใช้งานในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตลอดจนใช้งานในองค์กร บริษัท หรือเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อไลเซนส์ (License) ใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อนำ 7-Zip ไปเปรียบเทียบกับโปรแกรมชื่อดังอย่าง WinRAR และ WinZip จะพบความแตกต่างที่ชัดเจนในหลายข้อมูลจำเพาะ ดังนี้
- รูปแบบลิขสิทธิ์และราคา: 7-Zip เป็นซอฟต์แวร์ฟรี 100% ในขณะที่ WinRAR เป็น Shareware (ทดลองใช้ฟรี 40 วัน หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างแจ้งเตือนให้สั่งซื้อ) และ WinZip เป็นซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ (Commercial) ที่ต้องเสียเงินซื้อเมื่อหมดระยะเวลาทดลองใช้
- การจัดการไฟล์นามสกุล RAR: WinRAR เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รูปแบบไฟล์ .rar จึงสามารถสร้างและแตกไฟล์ RAR ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วน 7-Zip และ WinZip จะสามารถทำได้เพียงการแตกไฟล์ RAR ออกมาเท่านั้น แต่ไม่สามารถบีบอัดไฟล์ให้กลายเป็นนามสกุล .rar ได้
- ประสิทธิภาพและทรัพยากรระบบ: 7-Zip ขึ้นชื่อเรื่องความเรียบง่าย ใช้ทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์น้อย (Lightweight) แต่ให้ประสิทธิภาพการบีบอัดระดับสูงสุด ส่วน WinRAR จะมีจุดเด่นเรื่องฟังก์ชันเสริมอย่างการซ่อมแซมไฟล์ที่เสียหาย (Recovery Record) และ WinZip จะโดดเด่นด้านหน้าตาผู้ใช้งาน (UI) ที่สวยงามและการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ (Cloud Storage)
- ความปลอดภัย: 7-Zip รองรับการเข้ารหัสด้วยมาตรฐาน AES-256 Bit ที่มีความปลอดภัยสูงมาก ทั้งบนไฟล์ .7z และ .zip ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญจะถูกปกป้องจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเลือกใช้งานโปรแกรมบีบอัดไฟล์ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ หากต้องการโปรแกรมที่ใช้งานได้ฟรี ถูกลิขสิทธิ์ น้ำหนักเบา และให้ขนาดไฟล์ที่เล็กที่สุด 7-Zip คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง แต่หากมีความจำเป็นต้องสร้างไฟล์นามสกุล .rar หรือต้องการฟังก์ชันซ่อมแซมไฟล์เฉพาะทาง การพิจารณาใช้ WinRAR อาจมีความเหมาะสมมากกว่าตามลักษณะงาน
วิธีและรูปใช้งาน 7-Zip
สำหรับการใช้งานโปรแกรม 7-Zip เบื้องต้นนั้นออกแบบมาให้มีความสะดวกและเข้าใจง่าย โดยผู้ใช้สามารถสั่งการทำงานหลักๆ ผ่านเมนูคลิกขวา (Context Menu) บนไฟล์หรือโฟลเดอร์เป้าหมายได้ทันที ซึ่งมีวิธีการใช้งานที่สำคัญดังต่อไปนี้

- การตั้งค่าบีบอัดไฟล์ (Add to archive): เลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการบีบอัด จากนั้นคลิกขวา เลือกเมนู 7-Zip (Windows 11 อาจต้องเลือก Show more option… ก่อน) และคลิก “Add to archive…” เพื่อกำหนดฟอร์แมตไฟล์ (เช่น .7z หรือ .zip) ปรับระดับการบีบอัด หรือตั้งรหัสผ่านป้องกันไฟล์
- การบีบอัดไฟล์แบบรวดเร็ว: คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์เป้าหมาย เลือก 7-Zip แล้วคลิก “Add to [ชื่อไฟล์].7z” โปรแกรมจะทำการสร้างไฟล์บีบอัดให้ทันทีด้วยการตั้งค่ามาตรฐาน
- การแตกไฟล์โดยระบุปลายทาง (Extract files): คลิกขวาที่ไฟล์บีบอัด เลือก 7-Zip และคลิก “Extract files…” เพื่อระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ปลายทางที่ต้องการนำไฟล์ไปจัดเก็บ
- การแตกไฟล์ลงตำแหน่งปัจจุบัน (Extract Here): คลิกขวาที่ไฟล์บีบอัด เลือก 7-Zip แล้วคลิก “Extract Here” เพื่อแยกไฟล์ทั้งหมดออกมาไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันกับไฟล์ต้นฉบับในทันที
Windows สามารถบีบไฟล์ (Add to archive) ได้
Microsoft ได้เพิ่มฟังก์ชันบีบอัดไฟล์รูปแบบต่างๆ เข้ามาในระบบปฏิบัติตระกูล Windows 11 (ตั้งแต่เวอร์ชัน 23H2 ขึ้นไป) ทำให้ระบบสามารถ สร้างไฟล์ .7z และ .TAR ได้ทันที ผ่านเมนู Compress to… โดยไม่ต้องลงโปรแกรม 7-Zip แยก

ข้อแตกต่างระหว่าง 7z Built-in ของ Windows 11 กับโปรแกรม 7-Zip
- เมนูบีบอัดของ Windows 11: เน้นความสะดวก บีบอัดไฟล์เป็น .7z ได้ทันทีแบบคลิกเดียว แต่ ไม่สามารถตั้งรหัสผ่าน ปรับระดับการบีบอัด (Compression Level) หรือแบ่งไฟล์เป็นหลายๆ ส่วนได้
- โปรแกรม 7-Zip (ที่ต้องติดตั้งเอง): มีตัวเลือกการใช้งานระดับสูง เช่น การใส่รหัสผ่าน AES-256 Bit, การเลือกระดับการบีบอัดข้อมูล, การแบ่งไฟล์ขนาดใหญ่ออกเป็นหลายไฟล์ (Split archives) และการบีบอัดไฟล์นามสกุลอื่นๆ เพิ่มเติม
หากต้องการแค่อัดไฟล์เป็น .7z หรือ .zip แบบง่ายๆ สามารถใช้เมนูของ Windows 11 ตามในภาพได้เลยโดยไม่ต้องลงอะไรเพิ่ม แต่ถ้าต้องการตั้งรหัสผ่านไฟล์หรือปรับแต่งค่าเฉพาะทาง ค่อยดาวน์โหลดตัวโปรแกรม 7-Zip มาติดตั้งเพิ่ม

ดาวน์โหลด: 7-Zip Official
Leave a Reply