ตำนานที่หวนคืน “YASHICA” กล้องดิจิตอลที่ไม่เหมือนใคร

ตำนานที่หวนคืน “YASHICA” กล้องดิจิตอลที่ไม่เหมือนใคร


หากคุณเคยมีช่วงวัยรุ่นอยู่ในยุค 90 และ ถ้าคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยแล้วละก็ แบรนด์ “YASHICA” ต้องเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คุณรู้จักอย่างแน่นอน  จะว่าไปแล้ว “YASHICA” เคยเป็นกล้องที่ใช้ฟิลม์ในการบันทึกภาพทีถูกจัดให้อยู่ในลำดับต้นๆของโลกแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิตอล “YASHICA”ก็ค่อยเลือนหายไปจากวงการกล้องถ่ายภาพ(ไม่ได้ปิดตัวนะครับ แค่ความนิยมลดน้อยลง)

วันนี้ ปีนี้ 2017 “YASHICA” กลับมาอย่างยิ่งใหญ่แบบสุดแนว เรียกว่ามากับคอนเซ็ป อินดี้ เรโทร วินเทจกันเลยทีเดียว อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าทุกวันนี้เป็นยุคดิจิตอลเก็บข้อมูลภาพใส่เมมโมรี่กันแล้ว แต่ “YASHICA” เลือกที่จะปล่อยโปรดักส์ใหม่ออกมาเป็น “กล้องใส่ฟิล์มดิจิตอล” เอ้า!!! งงเด้…..งงเด้

“YASHICA” เริ่มต้นด้วยการส่งคลิปตัวกล้องโปรดักส์ใหม่ของพวกเขาออกมาให้โลกได้เห็น กล้องสุดแนว อินดี้  เรโทร  วินเทจ ผ่านทางเว็บไซต์ระดมทุน Kickstsrter ในชื่อ Y35 digiFilm พวกเขาขยายความให้ฟังว่าเจ้า  Y35 digiFilm ตัวนี้จะใช้ม้วนฟิลม์ที่ชื่อว่า digifilm ในการบันทึกภาพสุดประทับใจของคุณ บวกกับรูปร่างหน้าตาของกล้องรูปทรงแนว mirrorless แต่ดูแล้วคูลกว่ากันเยอะเลย เห็นแล้วมันโดนใจวัยรุ่นยุค 90 อย่างผมซะเหลือเกิน

เมื่อพยายามเข้าไปหาข้อมูลให้ละเอียดขึ้นก็พบว่าจริงๆแล้วเจ้า Y35 digiFilm ตัวนี้ก็ใช้วิธีการบันทึกภาพลงไปที่เมมโมรี่ตามปกตินั่นแหละครับ ส่วนตัว digifilm มีหน้าที่ในการเลือกค่า ISO ที่สูงขึ้น ถ้าใครเคยใช้กล้องฟิล์มมาก็พอจะเข้าใจนะครับ (อธิบายง่ายๆละกัน ISO คือค่าของความไวแสงยิ่งค่ามากก็จะเก็บรายละเอียดของภาพได้เยอะขึ้นแต่ก็ต้องแลกมากับ noise ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน)  และอีกหน้าที่ของ digifilm ก็คือฟิลเตอร์ในการถ่ายภาพนั่นเอง ซึ่ง digifilm แต่ละตัวก็จะมีค่าเฉพาะของมันเอง หากต้องการค่าที่แตกต่างกันออกไปก็ต้องซื้อเพิ่มนะครับ(หวังผลทางการตลาดล้วนๆ)

digiFilm มีให้เลือกใช้ 4 รูปแบบ

  1. digiFilm แบบภาพสีISO 200 Ultra Fine
  2. digiFilm แบบภาพสี ISO 200 “6 x 6” ที่ให้ภาพทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  3. digiFilm แบบภาพขาวดำ ISO 400
  4. digiFilm แบบภาพสีISO 1600 สำหรับการถ่ายที่ต้องการความเร็วชัตเตอร์สูงๆ หรือภาพถ่ายที่ต้องการใส่ฟิลเตอร์เม็ตสีแตกหยาบ

ท่านที่สนใจ Yashica Y35 digiFilm สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ Kickstarter แล้วไปลงสนันสนุน

แบบ Early bird จำนวนเงิน $124 (ประมาณ 4,100 บาท) สิ่งที่คุณจะได้เป็นการตอบแทนเมื่อกล้องผลิตเสร็จแล้วก็คือ

  • กล้องYashica Y35
  • ม้วนdigiFilm ISO 200 Ultra Fine
  • โปสการ์ดdigiFilm

กำหนดการจัดส่งสินค้าประมาณเดือน เมษายน 2018 (ถ้าให้จัดส่งมามาไทย ต้องบวกค่าจัดส่งประมาณ 425 บาท) แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยกนิ้วให้กับแนวคิดของ “Yashica” จริงๆนะครับ แหม!ทำไปได้

About modify 6606 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.