หุ้นเทคโนโลยีทรุดหนักสุดนับตั้งแต่โควิด Apple ร่วงนำหลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐร่วงหนักในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 เม.ย.) โดยดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลงกว่า 6% ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักที่สุดในรอบกว่า 5 ปี นับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 หลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ทั่วโลกในอัตรา 10% พร้อมมาตรการพิเศษเพิ่มเติมกับบางประเทศ
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ หรือที่เรียกกันว่า หุ้น 7 นางผ้า (Magnificent Seven) ร่วงลงถ้วนหน้า โดย Apple ดิ่งลงกว่า 9% ถือเป็นการปรับตัวลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากบริษัทผลิตอุปกรณ์หลักในประเทศจีนและเอเชีย ซึ่งเป็นเป้าหมายของภาษีนำเข้าโดยตรง ขณะที่ซัพพลายเออร์อย่าง Qorvo และ Skyworks Solutions ก็ร่วงลงประมาณ 16% และ 12% ตามลำดับ
หุ้นบิ๊กเทคอื่น ๆ ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน Meta และ Amazon ต่างร่วงกว่า 9% ขณะที่ Nvidia ซึ่งพึ่งพาการผลิตในไต้หวันและการประกอบในเม็กซิโก ร่วงลงเกือบ 8% Tesla ลดลงมากกว่า 5% และ Microsoft กับ Alphabet (Google) ลดลงประมาณ 2% และ 4% ตามลำดับ
กลุ่มผู้ผลิตชิปก็ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน โดย Micron Technology ร่วงลงกว่า 16% ส่วน AMD ลดลงเกือบ 9% Marvell Technology, Broadcom และ Lam Research ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 10% ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น Dell และ HP ทรุดลง 19% และประมาณ 15% ตามลำดับ โดย Dell ถือเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่หนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018
สาเหตุหลักของการร่วงครั้งนี้เกิดจากความกังวลต่อสงครามการค้าโลกครั้งใหม่ หลังทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าทุกประเภท และยังเพิ่มภาษีเฉพาะประเทศอีกหลายรายการ เช่น ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 34% เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 20%, ภาษีสินค้าจากเวียดนาม 46% และภาษีจากสหภาพยุโรป 20%
รัฐบาลจีนตอบโต้ทันที โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการดังกล่าวทันที และระบุว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้โดยเด็ดขาด
ในขณะที่ภาพรวมตลาดยังเผชิญความกังวลจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มอ่อนแอลง ดัชนี Nasdaq เองก็มีไตรมาสแรกที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยลดลงไปแล้วกว่า 14% ตั้งแต่ต้นปี 2025
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมบริษัทเทคโนโลยีบางรายที่มีแผนลงทุนในสหรัฐ โดยเฉพาะ Apple ที่ประกาศเตรียมลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 4 ปีข้างหน้า แม้จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการใหม่นี้
ที่มา – CNBC
Leave a Reply