ความรู้เกี่ยวกับบริดจ์โหมด หมายถึงอะไร ควรทำหรือไม่
Bridge Mode ทำหน้าที่เหมือนสะพานที่เชื่อมโยงเครือข่ายสองเครือข่ายเข้าด้วยกัน ทำให้ทั้งสองเครือข่ายสามารถสื่อสารและเข้าถึงอุปกรณ์ของกันและกันได้ เปรียบเสมือนทั้งสองเครือข่ายกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน การทำ Bridge Mode ทำให้มันทำหน้าที่เพียงแค่เป็นตัวเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์อื่น ๆ โดยไม่ต้องทำงานเป็นเราเตอร์ที่มีการจัดการเครือข่าย เช่น การแจก IP address, การตั้งค่า Wi-Fi, หรือการจัดการความปลอดภัย การเปิด Bridge Mode จะทำให้เราเตอร์หรือโมเด็มไม่แจก IP Address (DHCP) ให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ ซึ่งจะเป็นการยกหน้าที่นี้ให้กับอุปกรณ์อื่น เช่น เราเตอร์อีกตัวที่นำมาใช้งานแทน โดยทั่วไป Bridge Mode มักใช้ในกรณีที่ผู้ใช้อยากใช้งานเราเตอร์ของตัวเองเพื่อควบคุมเครือข่ายที่บ้านอย่างเต็มที่ หรือต้องการความสามารถเพิ่มเติมจากเดิม

ในบริบทของเน็ตบ้านที่เราใช้งาน การเปิด Bridge Mode ส่วนใหญ่มักต้องการใช้งานเราเตอร์ส่วนตัว หากคุณมีเราเตอร์ที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ดีกว่า คุณสามารถใช้เราเตอร์นั้นแทนเราเตอร์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่อาจมีขีดจำกัดที่ต่ำกว่าเราเตอร์ที่มีคุณภาพสูง
Bridge Mode มีข้อดีอย่างไร
- เพิ่มประสิทธิภาพและการควบคุม ผู้ใช้สามารถใช้เราเตอร์ที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพสูงกว่าที่ได้รับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ในการควบคุมเครือข่าย เช่น การตั้งค่าไฟร์วอลล์ขั้นสูง, การควบคุมแบนด์วิธ, หรือการตั้งค่า VPN
- ลดความซับซ้อนของเครือข่าย การใช้ Bridge Mode จะช่วยลดปัญหาการชนกันของ IP Address หรือการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างเราเตอร์ที่มากกว่า 1 ตัว ซึ่งอาจทำให้การเชื่อมต่อช้าหรือไม่เสถียร
- การขยายสัญญาณ Wi-Fi ในบางกรณี การใช้ Bridge Mode ช่วยในการขยายสัญญาณ Wi-Fi ผ่าน Access Point หรือเราเตอร์อีกตัวโดยไม่มีการสร้างเครือข่ายใหม่ที่ต้องคอยจัดการ
- การป้องกัน Double NAT เมื่อเราเตอร์สองตัวทำหน้าที่แจก IP Address พร้อมกัน อาจเกิดปัญหา “Double NAT” ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะกับเกมออนไลน์หรือบริการที่ต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียรเกิดความล่าช้า การเปิด Bridge Mode จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานี้
- รองรับอุปกรณ์เฉพาะทาง อุปกรณ์บางอย่างเช่นกล้องวงจรปิดหรือเซิร์ฟเวอร์ภายในบ้าน อาจทำงานได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการเปิด Bridge Mode จะช่วยให้ทุกอุปกรณ์ในบ้านเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น
ข้อเสียในการใช้งาน Bridge Mode
แม้ว่า Bridge Mode จะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อเสียหรือข้อจำกัดที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกันเช่น
- การตั้งค่าที่ซับซ้อน การตั้งค่า Bridge Mode อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านเครือข่ายมาก่อน การตั้งค่าผิดพลาดอาจทำให้เครือข่ายไม่สามารถใช้งานได้หรือเกิดปัญหาในการเชื่อมต่อ
- การลดฟีเจอร์ของอุปกรณ์เดิม เมื่อใช้งานใน Bridge Mode อุปกรณ์ที่ถูกตั้งค่าในโหมดนี้จะทำงานเพียงแค่เป็น “สะพาน” เชื่อมต่อเครือข่ายเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าฟีเจอร์อื่นๆ ที่อุปกรณ์นั้นสามารถทำได้ (เช่น การจัดการ DHCP, การควบคุมความปลอดภัย หรือการตั้งค่า Wi-Fi) จะไม่สามารถใช้งานได้ ข้อนี้จะไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานเร้าเตอร์อีกตัวที่มีความสามารถดังกล่าว แต่ผู้ใช้ต้องมีความรู้และสามารถตั้งค่าได้ เพราะจำเป็นต้องตั้งใหม่ทั้งหมด ต่างจากเราเตอร์ที่มากับผู้ให้บริการจะมีการตั้งค่าความต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การใช้เร้าเตอร์สองตัวอาจเพิ่มความซับซ้อนในการตั้งค่าความปลอดภัย และต้องการการตั้งค่าที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยง
Leave a Reply