หน้าจอทีวีมีกี่แบบ ควรเลือกซื้อแบบไหน OLED, QLED, Mini-LED คืออะไร

Samsung TV featured image

การซื้อซื้อทีวีรูปแบบหน้าจอต่างๆ ข้อดีและข้อเสีย


เมื่อคุณต้องการซื้อทีวีใหม่ มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณเลือกทีวีที่เหมาะกับความต้องการของคุณ นี่คือองค์ประกอบที่ควรพิจารณา:

Apps TV Samsung

  1. ขนาดหน้าจอ: เลือกขนาดทีวีที่เหมาะสมกับห้องของคุณและระยะที่คุณจะดูทีวี หากมีพื้นที่มาก คุณอาจสนใจทีวีที่ใหQLEDญ่กว่าเพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น
  2. ความละเอียดหน้าจอ (Resolution): ความละเอียดสูงสุดที่มักพบในทีวีใหม่คือ 4K Ultra HD (3840 x 2160 pixels) ซึ่งมีความคมชัดและความสมจริงสูง แต่หากงบประมาณจำกัด 1080p Full HD ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในราคาที่เหมาะสม
  3. ระบบประมวลผลภาพ (Image Processing): คุณควรตรวจสอบระบบประมวลผลภาพที่ใช้งานในทีวี ระบบที่ดีจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพ และลดอาการเบลอหรือพื้นหลังที่มีเสียงรบกวนในภาพ
  4. ระบบเสียง: คุณอาจสนใจในระบบเสียงที่มีคุณภาพสูง เช่น Dolby Atmos หรือ DTS:X เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงที่มีความจริงใกล้เคียงกับโรงภาพยนตร์
  5. ระบบปฏิบัติการ (Operating System): ระบบปฏิบัติการในทีวีสมาร์ทจะมีผลต่อประสบการณ์
  6. การเชื่อมต่อ: ตรวจสอบว่าทีวีที่คุณสนใจมีการเชื่อมต่อที่คุณต้องการ เช่น HDMI, USB, Wi-Fi, Bluetooth, หรือ Ethernet เพื่อให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมหรือเครือข่ายได้ตามต้องการ
  7. ราคา: กำหนดงบประมาณที่คุณพร้อมจ่ายได้ และค้นหาทีวีที่มีคุณสมบัติที่คุณต้องการในราคาที่เหมาะสม
  8. บทวิจารณ์และรีวิว: อ่านบทวิจารณ์และรีวิวจากผู้ใช้งานที่ซื้อทีวีเดียวกัน หรือเว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพและประสิทธิภาพของทีวีที่คุณสนใจ
  9. การรับประกัน: ตรวจสอบเงื่อนไขและระยะเวลาการรับประกันสำหรับทีวี การมีรับประกันที่น่าเชื่อถือสามารถให้คุณมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูบแบบคร่าวๆที่ควรตรวจสอบและคิดก่อนที่คุณจะเลือกซื้อทีวี อีกข้อที่สำคัญก็คือรูปแบบของจอภาพ ของทีวี ที่มีหลายรูปแบบ หลายคนอาจจะงงจะสับสนว่าคืออะไร และควรเลือกแบบไหน บทความนี้จะบอกรายละเอียดของหน้าจอที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ ว่าคืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร โดยจะขอพูดถึงรูปแบบหน้าจอที่ได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้เท่านั้น

ความละเอียดหน้าจอทีวี

ก่อนจะพูดถึงรูปแบบหน้าจอ เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าความละเอียดหน้าจอคืออะไร ความละเอียดหน้าจอทีวีหมายถึงจำนวนของพิกเซล (pixels) ที่แสดงผลบนหน้าจอในแต่ละมิติ ซึ่งส่งผลต่อความคมชัดและคุณภาพของรูปภาพที่แสดงบนหน้าจอทีวีได้

การวัดความละเอียดหน้าจอทีวีแสดงในรูปแบบจำนวนพิกเซลในแนวนอนและแนวตั้ง ซึ่งอาจแสดงเป็นตัวเลขหรืออัตราส่วน เช่น “1920 x 1080” หมายถึงหน้าจอทีวีที่มีความละเอียด 1920 พิกเซลในแนวนอนและ 1080 พิกเซลในแนวตั้ง นั่นหมายความว่าหน้าจอนี้แสดงรูปภาพโดยใช้พิกเซลทั้งหมด 1920 x 1080 = 2,073,600 พิกเซล

ความละเอียดหน้าจอทีวีมีผลต่อความคมชัดของรูปภาพที่แสดง โดยทั่วไปความละเอียดที่สูงกว่าจะมีการแสดงรายละเอียดของภาพที่ชัดเจนและละเอียดมากขึ้น ความละเอียดที่สูงสุดสำหรับทีวีรุ่นพิเศษอาจถึง 8K (7680 x 4320) ซึ่งให้ภาพที่มีความคมชัดมากมาย อย่างไรก็ตาม ความละเอียดของหน้าจอย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและระบบการแสดงผลของแต่ละรุ่นของทีวี

ทีวีที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดอยู่ตอนนี้จะมีตัวเลือกใหญ่ๆด้วยกันอยู่ 2 ตัวเลือกได้แก่

  • Full HD หรือความละเอียดที่ 1920 x 1080 = 1080p เรามักเห็นทีวีที่มีราคาถูกถึงราคากลางๆใช้ความละเอียดนี้
  • 4K หรือ 3840 x 2160 จะเป็นทีวีรุ่นที่มีความละเอียดกว่า ราคาค่อนข้างสูงกว่า

ถึงแม้ทีวีบางรุ่นจะมีความละเอียด 8k แต่ก็ยังไม่ใช้ทีวีในตลาดตอนนี้ เพราะยังไม่ได้เป็นที่นิยมนัก เพราะยังมีราคาสูงอยู่

รูปแบบหน้าจอทีวี

หน้าจอทีวีมีหลายแบบที่มีคุณลักษณะและเทคโนโลยีที่แตกต่างกันไป อาจจะไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ทุกรูปแบบ อาจจะเสนอแค่รูปแบบที่ได้รับความนิยมและอาจได้เห็นบางในการเลือกซื้อ

  1. LCD (Liquid Crystal Display): หน้าจอแบบ LCD ใช้เทคโนโลยีคองโทรลคริสตัลเพื่อแสดงภาพ มีคุณภาพสีสันและความละเอียดที่ดี และมีความสามารถในการปรับแสงหรือความสว่างได้
  2. LED (Light Emitting Diode): หน้าจอแบบ LED ใช้หลอดไฟ LED เพื่อส่งแสงและแสดงภาพ มีความสว่างและความคมชัดที่ดี และใช้พลังงานน้อยกว่า LCD
  3. OLED (Organic Light Emitting Diode): หน้าจอแบบ OLED ใช้ไอพีเอลดี (OLED) เพื่อแสดงภาพ มีความสว่างและความคมชัดสูง และมีความสามารถในการแสดงสีดำที่แท้จริง รวมถึงการแสดงภาพแบบโค้ง
  4. QLED (Quantum Dot Light Emitting Diode): หน้าจอแบบ QLED ใช้ควอนตัมดอต (Quantum Dot) เพื่อเพิ่มความสว่างและระดับสีสัน และมีความสามารถในการแสดงสีที่ชัดเจนและเข้มข้น
  5. MicroLED: หน้าจอแบบ MicroLED ใช้การเรียงจุด LED ขนาดเล็กมากเพื่อสร้างภาพ มีความสว่างและความคมชัดที่สูง และไม่ต้องใช้แสงหลอดหรือหลอดไฟพื้นฐาน
  6. NanoCell ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot (เมื่อก่อนเรียกว่า NanoDot) เพื่อสร้างสีที่มีความคมชัดและสว่างขึ้น โดยมีการใช้น้ำยา Quantum Dot ที่มีขนาดเล็กมากเป็นชั้นระหว่างหลอดไฟ LED และแผงหน้าจอ LCD เพื่อเพิ่มความสว่างและความสมจริงของสี นอกจากนี้ หน้าจอ NanoCell ยังมีการใช้งานกรองแสงเพื่อลดการสะท้อนและเพิ่มความคมชัดในภาพ ทำให้สามารถสร้างภาพที่คมชัด สีสันสว่างและมีความสมจริงได้เป็นอย่างดี
  7. Full Array LED (Full-Array Local Dimming) เป็นเทคโนโลยีหน้าจอทีวีที่ใช้หลอด LED ในรูปแบบอาเรย์เต็ม (Full Array) โดยการกระจายหลอด LED ทั้งหมดไปตามพื้นที่ของหน้าจอ โดยที่แต่ละหลอด LED สามารถควบคุมความสว่างได้แยกตามซองเรืองแสงบนหน้าจอ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการความสว่างและความมืดของพื้นที่ต่างๆ บนหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการควบคุมความสว่างและความมืดในพื้นที่แต่ละส่วน จะช่วยให้มีการแสดงผลที่มีความคมชัด ความสว่างและความดำที่ดีกว่าหน้าจอทีวีที่ใช้หลอด LED ในรูปแบบ Edge-Lit (ที่ตั้งอยู่บริเวณขอบของหน้าจอ) หรือ Direct-Lit (ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของหน้าจอ) เทคโนโลยี Full Array LED บางรุ่นยังสามารถร่วมใช้งานกับเทคโนโลยี Local Dimming เพื่อปรับความสว่างและความมืดในแต่ละโซนของหน้าจออิสระกัน ซึ่งช่วยให้ได้ภาพที่มีความคมชัด ความสว่างและความดำที่ดีขึ้นได้อีกด้วย

ต่างบริษัทต่างชื่อ

หากจะเจาะลึกเรื่องรูปแบบหน้าจอคงต้องพูดกันยาว เพราะรูปแบบจอที่กล่าวมานั้น อาจเป็นชื่อที่ถูกเรียกหรือตั้งมาจากบริษัทผู้พัฒนา รูปแบบหน้าจอชนิดนั้นๆ ซึ่งอาจมาจากเทคโนโลยีตัวเดียวกันหรือใก้ลเคียงกัน หรือต่อยอดเพิ่มเติมมาจากชนิดเดียวกัน และเพิ่มเติมตามแต่การออกแบบของแต่ละบริษัท อาทิเช่น

  • OLED (Organic Light Emitting Diode) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัท LG Display และ Samsung Display เป็นผู้ผลิตหน้าจอ OLED ที่มีความเชี่ยวชาญในงานนี้ ในขณะที่ LG Display เป็นบริษัทที่มีการผลิตหน้าจอ OLED มากที่สุดในตอนนี้ และเป็นผู้จัดหาหน้าจอ OLED ให้กับบริษัทอื่น ๆ รวมถึงผู้ผลิตทีวีอื่น ๆ
  • QLED (Quantum Dot Light Emitting Diode) เป็นเทคโนโลยีของบริษัท Samsung Electronics ในการผลิตหน้าจอทีวี QLED ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot เพื่อสร้างสีที่สว่างและคมชัด และมีการใช้แสงหลอด LED ในการส่องแสงผ่านชั้น Quantum Dot เพื่อสร้างความสว่างและสีที่คมชัด หน้าจอที่มีคุณสมบัติที่คล้ายกับ QLED คือหน้าจอที่ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ในการแสดงภาพ และมีความสามารถในการแสดงสีสันสดใสและคมชัด  บริษัทอื่น ๆ อาจมีหน้าจอที่ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot เช่น NanoCell TV, หรือหน้าจอที่เรียกว่า “Quantum Dot Display” ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทอื่น ๆ ซึ่งอาจมีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายกับหน้าจอ QLED ของ Samsung อย่างไรก็ตาม QLED เป็นเทคโนโลยีของ Samsung ที่มีเจตนาจะเพิ่มคุณภาพในการแสดงภาพและประสบการณ์การรับชมทีวี ดังนั้นหากต้องการหน้าจอที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ QLED ควรศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นและแบรนด์ที่ต้องการก่อนการซื้อ เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกับ QLED และใช้ชื่อที่แตกต่างกันเพื่ออธิบายเทคโนโลยีของตนได้ นี่คือบางตัวอย่างของชื่อที่ใช้ในตลาด
    1. TCL: QLED
    2. Hisense: ULED
    3. Vizio: Quantum Color
    4. Sony: Triluminos Display with Quantum Dot
    5. LG: NanoCell
    6. Philips: Ambilight + Quantum Dot

    โดยอย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงจากผู้ผลิตหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัท เพื่อความแม่นยำและความถูกต้องที่สุด

  • Mini-LED เป็นเทคโนโลยีหน้าจอทีวีที่ใช้หลอด LED ขนาดเล็กขึ้นเมื่อเทียบกับ LED ตัวธรรมดาในการส่องแสงผ่านหน้าจอ โดยที่หน้าจอ Mini-LED ประกอบด้วยจุด LED หลายพันหรือหลายหมื่นจุดเล็ก ๆ ที่มีความห่างกันน้อย เมื่อเทียบกับการจัดวาง LED ในหน้าจอทีวีแบบทั่วไป ซึ่งสร้างความคมชัดและความสว่างที่ดีขึ้นได้ Mini-LED สามารถสร้างความสว่างและความมืดที่แม่นยำกว่าและมีคอนทราสต์ที่ดีกว่า LED ตัวธรรมดา โดยเฉพาะในส่วนของการจัดสีและการเปิด/ปิดแสงบนบริเวณต่าง ๆ ของหน้าจอ. นอกจากนี้ Mini-LED ยังสามารถควบคุมความสว่างบนระดับพิกเซลเล็ก ๆ ได้มากขึ้น ทำให้มีการเลือกความสว่างและความมืดที่เป็นไปตามต้องการในการแสดงผล แต่ละบริษัทอาจใช้ชื่อที่แตกต่างกันเพื่ออธิบายเทคโนโลยี Mini-LED ของตนได้ เพื่อให้คุณมีความเข้าใจ นี่คือบางตัวอย่างของชื่อที่ใช้ในตลาด
    1. TCL: OD Zero Technology
    2. LG: QNED (Quantum NanoCell Extended Display)
    3. Samsung: Neo QLED (Neo Quantum Dot LED)
    4. Sony: Triluminos Display with Mini-LED backlighting
    5. Hisense: ULED XD (Ultra LED Extreme Definition)
    6. Vizio: Quantum Matrix Technology
    7. Philips: MiniLED Pro
    8. MSI: Mini LED Matrix Display

    โดยอย่างไรก็ตาม ชื่อเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น อาจมีชื่ออื่น ๆ ที่ใช้ในตลาดของแต่ละบริษัทอีก สำหรับการตรวจสอบชื่อและรุ่นที่แน่นอน ควรตรวจสอบจากผู้ผลิตหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัทเพื่อความแม่นยำและความถูกต้องที่สุด

ข้อดีและข้อเสียของ OLED, QLED และ Mini-LED TV

OLED TV

ข้อดี:

  • ความสว่างและความคมชัดสูง
  • สีดำแท้จริงและความระบายสีที่ดี
  • มีการแสดงภาพแบบโค้งที่สร้างประสบการณ์การชมที่เต็มรูปแบบ
  • มีมุมมองกว้างและความสามารถในการตอบสนองด้วยความเร็วสูง

ข้อเสีย:

  • ราคาสูงกว่าหน้าจออื่น ๆ
  • การใช้งานในระยะยาวอาจเกิดการจอเบิร์น หรือความด้อยคุณภาพของภาพในบางกรณี

QLED TV

ข้อดี:

  • ความสว่างและความสดใสของสีที่ดี
  • สามารถแสดงสีดำที่มีความหมายและความเข้มข้นได้ดี
  • มีการจับสีที่ดีกว่าหน้าจออื่น ๆ
  • รับแสงสว่างและสามารถใช้ในสภาวะแสงสว่างสูงได้ดี
  • ไม่พบอาการจอเบิร์นเหมือน QLED

ข้อเสีย:

  • มีความหนาแน่นของสีที่ด้อยกว่า OLED
  • ดีไม่ดำสนิทเท่า OLED
  • การมองจากมุมกว้างๆเฉียงๆอาจมีองศาที่จำกัดอยู่

Mini-LED TV

ข้อดี:

  • ความสว่างและความคมชัดสูง
  • มีความสมดุลของความดีของสีและความสว่าง
  • มีการควบคุมพื้นหลังแบบใหม่ที่ดีกว่าหน้าจอ LED แบบเดิม

ข้อเสีย:

  • ค่าซ่อมอาจมีราคาที่แพงกว่า เพราะเมื่อเสียอาจต้องเปลี่ยนทั้งแผง (ราคาอาจปรับลงในอนาคต)
  • ราคาสูง หน้าจอ Mini-LED TV มีการใช้งานหลอด LED มากขึ้นและเทคโนโลยีควบคุมแสงที่ซับซ้อนกว่าหน้าจอ LED ปกติ (แต่เวลานี้ราคาค่อยข้างลงมาเยอะแล้ว)

ข้อดีและข้อเสียอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา เพราะเทคโลยีมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาตลอดเวลา ทั้งเรื่องราคาและคุณสมบัติ เพราะรูปแบบจอบางรุ่นก็มีการพัฒนาและต่อยอดอยู่ตลอดเวลา ฉนั้นควรศึกษาและอ่านรายละเอียดอัปเดตข่าวสารก่อนการเลือกซื้อทีวี บทความนี้เป็นเพียงแนวทาง และการให้ข้อมูลพืันฐานที่อาจมีประโยชน์ในการเลือกรูปแบบหน้าจอที่เหมาะสมกับเราเท่านั้น

About modify 4864 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.