mobile logo

ความแตกต่างของคลื่น 3G แต่ละระบบ และความหมายของ ตัว E,3G,H,H+ บนมือถือ


ช่วงนี้เขียนบทความเกี่ยวกับมือถือบ่อยๆ เพราะตอนนี้ข่าวไอที่ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์พกพา เป็นหลัก และแน่นอนว่าอุปกรณ์พกพาคงหนีไม่พ้นในเรื่องของการเชื่อต่ออินเตอร์เน็ต การเชื่อต่ออินเตอร์เน็ต มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Wi-Fi หรือ แบบรับส่งข้อความ จากค่ายมือถือ ซึ่งอย่างหลังนี้เองที่เราจะมาขอพูดถึง

mobile

เวลาใครที่ค่อยข้างมีประสบการณ์ในการซื้อมือถือบ่อยๆ หลายคนจะบอกว่ามือถือรุ่นนี้รองรับ 3G ได้เฉพาะค่ายนั้นค่ายนี้ เหตุนี้แหละครับผมจะมาอธิบายความหมายของการรองรับ 3G ว่าอะไรเป็นตัวชี้วัด และเราจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนแบบไหน ที่รองรับกับค่ายมือถือที่เราใช้

มาตรฐาน 3G หรือ Third Generation Mobile Network จะเรียกว่าเป็นมาตรฐานที่ใช้กันอยู่มากในตอนนี้ แบบทั่วโลก ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีระบบ 4G หรือ Forth Generation Mobile Network ออกมาแล้ว ก็ตาม

ระบบ 3G ที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลกรวมถึงบ้านเราตอนนี้ก็คือ WCDMA (Wide Band Code Division Multiple Access) โดย WCDMA ก็จะมีความถี่คล้ายๆกับคลื่นวิทยุนี้แหละครับ ตรงไหนว่าง ก็ให้ไปตามที่ว่างแล้วกำหนดคลื่นให้ตรงกัน โดยกำหนดความถี่เหมือนกันทั่วโลกเป็น 5 แบบดังนี้

  • 850 MHz
  • 900 MHz
  • 1700 MHz มีใช้กันในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
  • 1900 MHz
  • 2100 MHz ความถี่แรกของ 3G WCDMA ใช้กันมากที่สุดทั่วโลก (ที่บ้านเราเพิ่งประมูลเสร็จ)

ผู้ให้บริการในบ้านเรา ใช้ความถี่แบบไหน

  • Dtac ใช้ความถี่คือ 850 MHz และ 2100MHz ที่เพิ่งประมูลได้มา (หลังเปิดเป็น TriNet 3 โครงข่ายอัจฉริยะ ที่รวม 1800MHz ,850MHz และ 2100MHz เข้าด้วยกัน)
  • AIS ให้บริการ 3G ที่ความถี่ 900 MHz และ 2100 MHz
  • True Move H ให้บริการ 3G ที่ความถี่ 850 MHz และ 2100MHz

บ้านเราการดูหลักๆบ้านเรา กูให้ดู คลื่น 850MHz ของ Dtac กับ True Move H หากซื้อสมาณ์ทโฟนที่รองรับคลื่น 850 MHz ก็จะสามารถรองรับได้ สองเครือข่าย แต่หากเป็นโทรศัพท์ที่รองรับแค่ 900 MHz ก็จะรองรับของ AIS

แต่ตอนนี้สมาร์ทโฟนใหม่ๆที่ออกมา ล้วนรองรับ HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100 แล้วทั้งสิ้น และ ประเดนต่อมาคือค่ายมือถือเดียวนี้เพิ่งประมูลคลื่น 2100 MHz ไปแล้ว ทุกค่ายจะเปิดให้บริการ 3G ของ 2100 MHz (บางค่ายก็เปิดไปแล้ว) แน่นอนว่าหากเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับ 3G แบบ 2100 ก็จะสามารถใช้ได้หมดในบ้านเรานั้นเอง

ความหมายของตัว อักษรต่างๆ เวลาต่อเน็ต บนมือถือ

  • E แสดงว่าเชื่อต่อเข้ากับสัญญาณ GSM แบบ EDGE
  • 3G แสดงว่าเชื่อมต่อกับสัญญาณ 3G ความเร็ว 384 kbps
  • H ย่อมาจากคำว่า HSPA หรือ High Speed packet access เป็น 3G ที่มีความเร็วกว่า ขึ้นคำว่า 3G โดยมีความเร็วอยู่ที่ 7.2 Mbps – 14.4 Mbps
  • H+ ย่อมาจากคำว่า HSPA+ หรือ High Speed packet access Plus” เป็นตัวที่พัฒนาต่อมาจาก HSPA ที่เมื่อเชื่อมต่อแล้ว จะได้ความเร็วที่ 21 Mbps – 42 Mbps

นี้เป็นเพียงมาตรฐานการเชื่อต่อนะครับไม่ได้หมายความว่า หาก่ต่อได้ระบบ H+ แล้วเน็ตต้องแรง ไม่แรงคือเน็ตห่วย หคือสัญญาณไม่ดี อาจมีข้อจำกัดในเรื่องของการให้บริการ ยกตัวอย่างเช่น หากเราสมัครโปร ใช้เน็ตไม่อั่น 399 บาทต่อเดือน 3G ความเร็วสูงสุด 21 Mbps จำนวน 4GB (คงจะคุ้นๆกับโปรพวกนี้มาบ้างนะครับ) ความหมายก็คือ เราจะใช้เน็ตที่มีความเร็วพวกนี้ได้อย่างแน่นอน ในขณะที่คุณยังใช้ bandwidth 4GB ของ 3G ไม่หมด แต่หาก bandwidth หมด ความเร็วจะตกมาอยู่ระดับที่ผู้ให้บริการค่ายๆนั้น ให้ไว้ อาจจะได้ 384 kbps หากโชคดี หรือ 64 kbps สำหรับค่ายมือถือส่วนใหญ่ในบ้านเรา

ฉนั้นหากเวลาเราต่อเน็ตแล้วได้สัญญาณ 3G อย่าคิดว่าเน็ตจะเร็วดังใจเราหวัง หากโปรโมทชั่นของคุณไม่ถึงพอ

นอกเรื่อง เรื่องโปรแบะบริการของ 3G ไปสักหน่อย แค่คิดว่าน่าจะอธิบายเรื่อง 3G ได้ครบหมดแล้วนะครับ

วันนี้ ผมพิมพ์เอาแบบสดไม่ได้การวางโครงเรื่องการเขียนไว้ก่อนเลย สำหรับเรื่องนี้ วันนี้ธุระเยอะไปหน่อย รีบพิมพ์ไปหน่อยผิดพลาดหรือคำพูดแปลกๆขออภัยด้วยนะครับ เดียวว่างๆจะมาตรวจสอบบทความอีกที ^^

About modify 3630 Articles
สามารถนำบทความไปเผยแพร่ได้อย่างอิสระ โดยกล่าวถึงแหล่งที่มา เป็นลิงค์กลับมายังบทความนั้นๆ บทความอาจมีการพิมพ์ตกเรื่องภาษาไปบ้าง ต้องขออภัย พยามจะพิมพ์ผิดให้น้อยที่สุด (ทำเว็บคนเดียวไม่มีคนตรวจทาน) บทความที่สอนเรื่องต่างๆ กรุณาอ่านบทความให้เข้าใจก่อนโพสต์ถาม ติดตรงไหนสามารถถามได้ที่โพสต์นั้นๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.




This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.